โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย


ประวัติงานอนามัยโรงเรียนในประเทศไทย

พ.ศ. 2468 งานอนามัยโรงเรียนเริ่มขึ้นครั้งแรก โดยพระราชดำริและความสนพระทัยของสมเด็จพระบรมราชชนกเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงจัดตั้งแผนกสุขาภิบาลขึ้นในความดูแลของกระทรวงธรรมการ ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการอนามัยนักเรียนตั้งแต่เริ่มแรก โดยนำเอารูปแบบและวิธีการปฏิบัติของต่างประเทศมาจัดทำ คือจัดให้มีองค์การบริหารกิจการอนามัยพิทักษ์และวางโครงการเพื่อเป็นหลักปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วยการสุขศึกษา การสุขาภิบาล การควบคุมโรคติดต่อ การควบคุมสุขภาพอนามัย และการแก้ไขความพิการที่ตรวจพบในเด็กวัยเรียน ซึ่งการปฏิบัติงานเหล่านี้มีองค์การแพทย์ต่างๆร่วมมือช่วยเหลือ อันได้แก่สภากาชาดไทย กรมสาธารณสุขและศิริราชพยาบาลโดยส่งแพทย์และพยาบาลมาร่วมดำเนินงาน

งานอนามัยโรงเรียนในระยะเริ่มแรกนั้นจะมีลักษณะการทำงานในรูปของอาสาสมัคร โดยแผนกสุขาภิบาล กระทรวงธรรมการซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบจะติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆเท่าที่หน่วยงานนั้นจะสามารถช่วยเหลือหาเวลาว่างมาปฏิบัติงานได้ ด้วยเหตุนี้การให้บริการอนามัยโรงเรียนแก่นักเรียนในระยะแรกนั้นจึงมีขอบเขตอย่างจำกัดและมีการปฏิบัติงานเป็นครั้งคราวขึ้นอยู่กับความสะดวกและความร่วมมือของหน่วยอาสาสมัครเหล่านั้น


พ.ศ. 2476 มีประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบสำนักงานและกรมในกระทรวงธรรมการ แผนกสุขาภิบาลโรงเรียนได้รับการยกฐานะเป็นกองสุขาภิบาลโรงเรียน ขึ้นอยู่ในสังกัดกรมพลศึกษา

พ.ศ. 2485 มีการปรับปรุงกิจกรรมด้านสาธารณสุขและการแพทย์ให้เหมาะสมกับความต้องการของประเทศ จึงได้มีการจัดตั้งกระทรวงสาธารณสุขขึ้น กองสุขาภิบาลโรงเรียนได้โอนไปสังกัดอยู่ในกระทรวงสาธารณสุขและเปลี่ยนชื่อเป็นกองอนามัยโรงเรียน สังกัดกรมอนามัย มีหน้าที่ดำเนินงานควบคุมและจัดการอนามัยมีหน้าที่ดำเนินงานควบคุมและจัดการอนามัยโรงเรียนทั่วราชอาณาจักรทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค แต่ส่วนใหญ่จะปฏิบัติงานครอบคลุมได้เฉพาะนักเรียนในส่วนกลาง

โดยมีการกำหนดกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติเป็น 5 ประเภท คือ

1. การสุขาภิบาล

2. การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ

3. การสุขศึกษา

4. การสถิติ

พ.ศ. 2495 ได้มีการขยายงานอนามัยโรงเรียนไปสู่ส่วนภูมิภาคมากขึ้น เนื่องจากในระยะแรกนั้นกรมอนามัยได้รับความช่วยเหลือจากองค์การบริหารวิเทศกิจแห่งสหรัฐอเมริกา ด้านเครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ และยานพาหนะ กรมอนามัยจึงได้จัดตั้งหน่วยอนามัยโรงเรียนและทัตกรรมขึ้นเป็นครั้งแรกในส่วนภูมิภาคที่จังหวัดนครราชสีมา ในระยะเวลาต่อมาได้ขยายงานดังกล่าวขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ อุบลราชธานี สงขลา กาญจนบุรี อุดรธานี นครศรีธรรมราช และสมุทรสงคราม

พ.ศ. 2505 โครงการอนามัยโรงเรียนได้ถูกบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2505-2509)

นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรีให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอนามัยโรงเรียนขึ้น ประกอบด้วยคณะกรรมการ 3 ระดับ ได้แก่

1. คณะกรรมการอนามัยโรงเรียน (ระดับกระทรวง) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณ และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

2. คณะกรรมการบริหารและประสานงานอนามัยโรงเรียน(ระดับกรม) มีอธิบดีกรมอนามัยเป็นประธานกรรมการ รองอธิบดีกรมอนามัยเป็นรองประธานกรรมการ รองอธิบดีกรมต่างๆในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการกองและหัวหน้ากองในกรมอนามัยเป็นกรรมการ

3. คณะกรรมการบริหารงานอนามัยโรงเรียนส่วนจังหวัด(ระดับจังหวัด) มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ มีกรรมการจังหวัดที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ

ต่อมาคณะกรรมการอนามัยโรงเรียนดังกล่าวนี้ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้มีเพียงคณะเดียวตามคำสั่งของคณะปฏิวัต เรียกว่า ”คณะกรรมการอนามัยโรงเรียน” ซึ่งประกอบด้วยกรรมการ 22 ท่าน โดยมีอธิบดีกรมอนามัยเป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการกองอนามัยโรงเรียนเป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการอนามัยโรงเรียนนี้ได้ล้มเลิกไปในเวลาต่อมา

พ.ศ. 2510 ได้มีการปรับปรุงงานโครงการอนามัยโรงเรียน ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 2 เพื่อมุ่งหมายให้นักเรียนในชนบทได้รับบริการอนามัยอย่างทั่วถึงรวดเร็วยิ่งขึ้นตามกำลังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในท้องถิ่น และขุมพลังที่จะให้และได้รับจากชุมชนนั้น เพราะเป็นงานหนึ่งของอนามัยขั้นพื้นฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะต้องดำเนินการในเขตรับผิดชอบ โดยปรับปรุงวางแนวทางปฏิบัติงานอนามัยโรงเรียนไว้แบบง่ายๆ ไว้ 9 ประการ และจัดแบ่งระดับบริการอนามัย ออกเป็น 4 ระดับ ต่อมาในปี 2516 ได้รับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้นจึงได้จัดระบบบริการอนามัยไว้เพียง 3 ระดับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถปฏิบัติงานตามสภาพแวดล้อมของกำลังคน และงบประมาณที่มีอยู่

ทั้งนี้ให้ยึดหลักการดำเนินงานอนามัยโรงเรียนซึ่งประกอบด้วยงานสำคัญๆ 4 ประการที่ต้องดำเนินพร้อมๆกัน

1. บริการอนามัยโรงเรียน (School Health Service)

2. สุขศึกษาในโรงเรียน (School Health Education)

3. อนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน (Healthful School Living)

4. ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านและโรงเรียน (School and Home Relation ship)

สำหรับหลักการในข้อ 4 นี้เป็นสิ่งสำคัญที่เน้นให้การอนามัยโรงเรียนเข้าถึงชุมชนดังกล่าวแล้วข้างต้น

พ.ศ. 2511 กรมอนามัยได้รับความช่วยเหลือจากองค์การกองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ และได้ดำเนินงานตามแนวนโยบายโรงเรียนชุมชนของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดให้มีการอบรมให้ความรู้ในเรื่องงานอนามัยโรงเรียนแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจังหวัดต่างๆและครูของโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานอนามัยโรงเรียน สามารถที่จะร่วมมือและประสานงานกัน ดำเนินงานไปได้เองโดยกองอนามัยโรงเรียน อนามัยโรงเรียนให้การสนับสนุนด้านงบประมาณค่าเวชภัณฑ์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงาน จากการอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครูของจังหวัดต่างๆ ซึ่งได้ขยายไปสู่จังหวัดต่างๆมากขึ้น มีผลให้จังหวัดเหล่านั้นสามารถดำเนินงานอนามัยโรงเรียนในจังหวัดที่ตนรับผิดชอบได้เอง โดยขอรับความช่วยเหลือสนับสนุนจากส่วนกลางในเรื่องที่จำเป็นดังกล่าวแล้ว

พ.ศ. 2515 โครงการอนามัยโรงเรียนชุมชน ได้ขยายไปแล้ว 20 จังหวัด องค์การกองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ จึงหยุดให้การช่วยเหลือ แต่กองอนามัยโรงเรียนยังคงยึดแนวนโยบายดังกล่าว โดยขอรับความช่วยเหลือเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการอบรมจากสำนักงบประมาณ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงบประมาณเป็นอย่างดีตลอดมา

ในช่วงนี้ กองอนามัยโรงเรียนได้มีการกำหนดกิจกรรมเป้าหมายที่ควรให้บริการแก่นักเรียนขึ้น 9 ประการ และมีการจัดระบบของการให้บริการ

นอกจากนั้นยังได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครูในการปฏิบัติงานอนามัยโรงเรียน เพื่อแบ่งขอบเขตความรับผิดชอบในการให้บริการและให้มีการประสานงานที่ดีต่อกัน

พ.ศ. 2515 ได้มีการปรับปรุงส่วนราชการของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะก่อให้เกิดการประสานกลมกลืนของบริการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันควบคุมโรค และการรักษาพยาบาล การปรับปรุงครั้งนี้มีหลักการที่สำคัญว่าให้รวมการรักษาพยาบาลและการป้องกันเข้าไว้ในหน่วยงานเดียวกัน โดยในส่วนกลางได้มีการรวมกองอนามัยโรงเรียนกับกองอนามัยแม่และเด็กเข้าด้วยกัน ตั้งเป็นกองอนามัยครอบครัว สังกัดอยู่ในกรมแพทย์และกรมอนามัย

พ.ศ. 2517 ได้มีการปรับปรุงส่วนราชการกระทรวงสาธารณสุขใหม่อีกครั้งหนึ่งโยมีหลักการสำคัญ คือ แก้ไขการจัดรูปแบบการบริหารงานส่วนกลางใหม่ โดยแบ่งการบริหารงานระดับกรมออกเป็น 5 กรม คือ กรมการแพทย์ กรมอนามัย กรมควบคุมโรคติดต่อ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานของคณะกรรมการอาหารและยา กรมเหล่านี้ทำหน้าที่ด้านวิชาการสนับสนุนส่วนภูมิภาคโดยผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้แต่ละกรมค้นคว้าวิเคราะห์ปัญหา พิจารณาหาวิธีการที่ดีและเหมาะสม พัฒนาเทคโนโลยีให้แกเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสาธารณสุขในส่วนภูมิภาคในระดับจังหวัดซึ่งขึ้นตรงต่อผู้ว่าราช การจังหวัด กระทรวงสาธารณสุขได้มอบอำนาจจากส่วนกลางให้แก่จังหวัดมากขึ้น เพื่อก่อให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในระดับจังหวัด ในการปรับปรุงส่วนราชการครั้งนี้ มีผลให้ฝ่าย อนามัยโรงเรียน ซึ่งเป็นฝ่ายหนึ่งของกองอนามัยครอบครัวได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกองอนามัยโรงเรียนสังกัดอยู่ในกรมอนามัย ตามเดิมทำหน้าที่ในด้านวิชาการ

พ.ศ. 2519 กองอนามัยโรงเรียนได้ปรับปรุงการบริหารงานใหม่ โดยปรับปรุงหน่วยงานอนามัยโรงเรียนเดิมที่มีอยู่ตามจังหวัดบางจังหวัดขึ้นเป็นศูนย์อนามัยโรงเรียนเขตใ ห้สอดคล้องกับการแบ่งเขตตามการปกครองของกระทรวงมหาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ศูนย์อนามัยโรงเรียนเขตเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกองอนามัยโรงเรียนที่อยู่ใน ส่วนภูมิภาค ให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของจังหวัดในเขตรับผิดชอบให้สามารถดำเนินงานอนามัยโรงเรียนได้คล่องตัวส ะดวกรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ยิ่งขึ้นกว่าเดิมของ แต่เนื่องจากอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ของกองอนามัยโรงเรียนมีอย่างจำกัด

จึงสามารถจัดตั้งศูนย์อนามัยโรงเรียนเขตขึ้นได้เพียง 6 แห่ง ดังนี้คือ
1. ศูนย์อนามัยโรงเรียนเขต 3 จังหวัดนครราชสีมา
2. ศูนย์อนามัยโรงเรียนเขต 4 จังหวัดขอนแก่น
3. ศูนย์อนามัยโรงเรียนเขต 5 จังหวัดเชียงใหม่
4. ศูนย์อนามัยโรงเรียนเขต 7 จังหวัดราชบุรี
5. ศูนย์อนามัยโรงเรียนเขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช
6. ศูนย์อนามัยโรงเรียนเขต 9 จังหวัดสงขลา

พ.ศ. 2529 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีการจัดกรอบอัตรากำลังแบ่งส่วนราชการใหม่ เปลี่ยนศูนย์อนามัยโรงเรียน เป็นฝ่ายอนามัยโรงเรียน ซึ่งเป็นฝ่ายหนึ่งในสังกัดศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขตฯ
กรมอนามัย ส่วนภูมิภาค รวม 9 เขต คือ
ฝ่ายอนามัยโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 1 บางเขน กรุงเทพฯ
ฝ่ายอนามัยโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 2 ชลบุรี
ฝ่ายอนามัยโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 3 นครราชสีมา
ฝ่ายอนามัยโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 4 ขอนแก่น
ฝ่ายอนามัยโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 5 เชียงใหม่
ฝ่ายอนามัยโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 6 นครสวรรค์
ฝ่ายอนามัยโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 7 ราชบุรี
ฝ่ายอนามัยโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 8 นครศรีธรรมราช
ฝ่ายอนามัยโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 9 สงขลา

สำหรับวิวัฒนาการของลักษณะงานในยุคปัจจุบัน คือการนำเอาวิธีการของสาธารณสุขมูลฐานมาประยุกต์ใช้ในงานอนามัยโรงเรียน โดยจากบริการอนามัยโรงเรียนที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ให้บริการอยู่แล้วส่วนหนึ่งรวมกับบริการอนามัยโรงเรี ยน(ครู&นักเรียน) คาดว่านักเรียนทุกคนในโรงเรียนได้รับบริการในระดับอันสมควรอย่างทั่วถึง
กองอนามัยโรงเรียนจึงได้จัดให้มีโครงการต่างๆ ดังนี้
-โครงการผู้นำนักเรียนฝ่ายส่งเสริมอนามัยโรงเรียนประถมศึกษา เริ่มในปี พ.ศ. 2520
-โครงการอบรมงานอนามัยโรงเรียนแก่ครูประถมศึกษาและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในแนวใหม่ เริ่มปี พ.ศ. 2525
-โครงการอบรมผู้นำเยาวชนสาธารณสุขในโรงเรียนมัธยมศึกษา ปี พ.ศ. 2529


Link

...

Link

...

กลุ่มอนามัยเด็กวัยเรียนและเยาวชน
สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย
ที่อยู่: 88/22 ม.4 ต.ตลาดขวัญ ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร 0-2590-4478, 4487, 4490, 4494, 4495
Copyright 2016 Department of Health : Ministry of Public Health
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์   เคาน์เตอร์ เคาน์เตอร์